- 21 ก.ค.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 1 ส.ค.
Naming What We Feel
เมื่อความรู้สึกมีชื่อ

มีบางครั้งที่คนถามเราว่า
“เป็นอะไรหรือเปล่า?”
เราเงียบไปครู่หนึ่ง
ไม่ใช่เพราะไม่อยากตอบ แต่เพราะเราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร
รู้เพียงว่ามีบางอย่างอยู่ข้างใน แต่ยังเรียกมันไม่ถูก
· · ·
บางวันเราคิดว่าตัวเองแค่เหนื่อย ทั้งที่จริง เรากำลังผิดหวังกับบางสิ่งที่ยังพูดไม่ออก
บางวันเราคิดว่าตัวเองสับสน ทั้งที่ลึกลงไป เรากำลังกลัวว่าจะสูญเสียบางอย่างที่สำคัญ
บางวันเราพูดว่า “ไม่เป็นไร” ทั้งที่ยังมีความเสียใจ ความน้อยใจ หรือความรู้สึกไม่ได้รับการเข้าใจ ค้างอยู่เงียบๆ
เมื่อเรายังแยกไม่ออกว่าข้างในกำลังเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกหลายอย่างจึงปะปนกัน
จนเหลือเพียงคำกว้างๆ ว่า “ทุกอย่างมันหนัก”
· · ·
การรับรู้จึงไม่ได้เริ่มจากการหาคำตอบ
แต่มักเริ่มจากการหยุดอยู่กับตัวเองสักครู่ แล้วถามว่า
ตอนนี้…ฉันกำลังรู้สึกอะไรกันแน่
บางครั้ง คำแรกที่นึกออกอาจยังไม่ใช่คำที่ตรงที่สุด
แต่เมื่อเราค่อยๆ สังเกต ค่อยๆ รับฟัง และค่อยๆ ลองเรียกชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน ความรู้สึกนั้นก็มักเริ่มมีรูปร่าง
จาก “ไม่โอเค” อาจกลายเป็น “ฉันกำลังผิดหวัง”
จาก “ทุกอย่างมันหนัก” อาจกลายเป็น “ฉันแบกรับหลายอย่างมานาน”
จากสิ่งที่เคยพร่าเลือน ค่อยๆ กลายเป็นสิ่งที่เราพอมองเห็นได้
· · ·
การเรียกชื่อความรู้สึก ไม่ใช่การวิเคราะห์ตัวเอง แต่เป็นการยอมรับอย่างอ่อนโยนว่า นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับฉันในเวลานี้
เราไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนมัน ไม่จำเป็นต้องรีบทำให้มันหายไป
เพราะหลายครั้ง สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความรู้สึกนั้น แต่เป็นความสัมพันธ์ของเรากับความรู้สึกนั้น
เมื่อความรู้สึกมีชื่อ เราไม่จำเป็นต้องผลักไสมัน ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่จำเป็นต้องรีบหาคำตอบในทันที
เพียงแค่รับรู้ว่า นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับฉัน
บางครั้ง เพียงเท่านี้ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจแล้ว
· · ·


